10 สิ่งประดิษฐ์ไฮเทคที่ไม่สมควรคิดค้น

26 05 2010

เคยดูหนังไซไฟใช่เปล่าครับ
ที่หนังมีเทคโนโลยีสิ่งปีระดิษฐ์ล่ำยุคมากมาย
ที่เราคิดว่าหากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงเราคงมีชีวิตสงบสุขและเรียบง่าย
ซึ่งข่าวดีคือสิ่งเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นจริงในอนาคติอันใกล้นี้
หากกระนั้นก็มีหลายฝ่ายบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สมควรเกิดขึ้นโ,กแห่งความจริงเพราะมันจะเกิดปัญหามากกว่าข้อดี
และต่อไปนี้คือ 10 อันดับสิ่งประดิษฐ์ที่มีในหนังไซไฟบ่อยๆ ที่ดูเหมือนจะดูดี
แต่ความจริงแล้วมันเต็มไปด้วยปัญหา

 

อันดับ
10.
Flying Cars

         

รถบินยังคงเป็นพาหนะในฝันของมนุษย์ที่อยากจะได้เป็นเจ้าของมันบ้างในอนาคต
เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด
คุณลองคิดดูสิคุณสามารถนั่งรถที่ดูเหมือนเครื่องบินสามารถพาคุณไปจุดมุ่งหมายในระยะอีนใกล้ได้โดยการขึ้นบนฟ้า
ท่องอวกาศด้วยไม่ง้อนาซ่า มันจะดีแค่ไหน

ในโลกแห่งความจริงมีผู้พยายามทำรถยนต์บินหลายเจ้า
ล่าสุด บริษัทมอลเลอร์อินเตอร์เนชันแนล ตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
พัฒนารถ "เดอะ มอลเลอร์ เอ็ม
400
สกายคาร์" ขึ้นมา บินได้ด้วยความเร็ว
360 ไมล์ต่อชั่วโมง
ถ้าเดินทางจากกรุงลอนดอนไปยังปารีส จะใช้เวลาเพียง
35 นาทีเท่านั้น โดยผู้ผลิตบอกว่าระคนนี้ขับง่ายมาก
ผู้ที่ขับรถอยู่แล้ว ก็สามารถนำมันขึ้นบินได้ แค่ตั้งทิศทางของจุดหมายที่จะไป
พร้อมกับควบคุมความเร็วของรถ
  ซึ่งผู้ผลิตคาดว่ารถต้นแบบ "เดอะ มอลเลอร์ เอ็ม
400 สกายคาร์" จะพัฒนาเสร็จภายใน
3 ปีข้างหน้า
พร้อมกับจะขออนุญาตจากสำนักงานการบินสหพันธ์ หรือ เอฟเอเอ
 ยอดจองรถที่เข้ามานั้นมีประมาณ 100 คันแล้ว คาดว่าราคาจะอยู่ที่ 5 แสนเหรียญ หรือ 17.5 ล้านบาท 

ลองไปดูคลิปที่
http://www.youtube.com/watch?v=U9CfHGnsPqs

ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?
ขนาดการจราจรบนพื้นดินยังว่าจัดการยากแล้ว
แล้วการจราจรบนท้องฟ้ามันจะยุ่งยากขนาดไหน ในเมื่อไม่มีสัญญาไฟเขียวไฟแดง
ไม่มีเส้นทางบังคับ  มีหรือที่จะไม่เกิดอุบัติเหตุกลางอากาศ
หากเราดูสารคดีคมนาคมอากาศเครื่องบินเราจะรู้ซึ้งถึงความยุ่งยากอย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อบนท้องฟ้ามันอันตรายกว่าบนบกอย่างที่คิด ไม่ว่าจะเป็นหลุมอากาศ
สภาพอากาศแปรปรวน, นกบิน ฯลฯ
คงยุ่งยากพิลึกในการจัดการเส้นทางการเดินทางของรถแต่ละคันได้อย่างครบถ้วน

 

อันดับ
9.
Cryogenic freezing

         

เขียนไปนานแล้วแต่ก็อยากจะเขียนอีก
การแช่แข็งยังเป็น
เทคโนโลยี
Cryonics  
ในฝันสำหรับคนที่เป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย
แต่เขาก็มีโอกาสเป็นผู้โชคดีในการเข้าร่วมโครงการแช่แข็ง
ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์องศา
เพื่อรักษาสภาพร่างกายเอาไว้ (และเขาอ้างว่าสามารถรักษา
ความทรงจำและบุคลิกภาพในสมองไว้ได้ด้วย) และเก็บรักษาไปเรื่อยๆ
ด้วยความหวังที่จะรักษาโรคในอนาคตที่ทางการแพทย์ก้าวหน้า

               
เทคโนโลยีมีอยู่จริงในหน่วยงานชื่อ
Alcor Life Extension Foundation หน่วยงานนี้เป็นองค์กรที่ไม่ได้แสวงหากำไร
และมีเป้าหมายอยู่กับการเก็บอวัยวะบางส่วน(ศีรษะ) ไว้ในภาชนะที่ลดอุณหภูมิมากๆ
บริการนี้มีไว้สำหรับผู้เป็นสมาชิกเท่านั้น
ส่วนเหตุผลของการเก็บรักษาศีรษะของผู้ตายไว้ก็เพราะปัจจุบันเครื่องมือที่นี่ยังไม่สามารถเก็บรักษาร่างกายทั้งร่างของมนุษย์ไว้ได้ดีพอ
เนื่องจากร่างกายของเรามีความหนาแน่นของอวัยวะแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน
อุณหภูมิที่จะเก็บรักษาจึงแตกต่างกันมากด้วย สมองจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของคนๆ
หนึ่งที่ควรเก็บรักษาไว้
เพี่อรอคอยเทคโนโลยีในอนาคตที่จะสามารถทำให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่

                ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?แต่อย่างไรมันก็ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่หลายๆเรื่อง
เช่นเทคโนโลยีนั้นไม่สามารถอธิบายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามันสามารถทำได้หรือเปล่า
สามารถปลุกคนที่แช่งแข็งมาได้หรือเปล่า
แม้จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ทดลองกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช้คน เช่นทดลองในกบ
สุนัข
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องกฎหมายที่ยังถกเถียงหลายรอบว่าถ้าเกิดคนที่ตายแล้วทางกฎหมายคืนชีพในอนาคตละสถานะบุคคลจะเป็นเช่นไร

 

อันดับ
8.
Artificial Intelligence

 

ปัญญาประดิษฐ์
ก็ยังเป็นความฝันของคนธรรมดาและชาวโอตากุอย่างเราๆ
ที่อยากเห็นหุ่นยนต์ฉลาดเท่ามนุษย์และรับใช้เราเหมือนทาสผู้ซื่อสัตย์โดยไม่ปริปากบ่น
ในภาพยนตร์และนิยายที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ไซไฟ
ค่อนข้างแสดงออกอย่างน่ารื่นรมณ์เสียจริง

ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งไม่ไกลเกินเอื้อม
เพราะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
ปัญญาประดิษฐ์
(
Artificial
Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต
ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก
แต่ยังรวมถึงศาตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา
ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ
การให้เหตุผล การปรับตัว หรือการอนุมาน และการทำงานของสมอง
ของเครื่องจักร

ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?
สิ่งที่ถกเถียงคือ
เราสมควรพัฒนาปัญญาประดิษฐ์โยใช่อารมณ์หรือความรู้สึกของมนุษย์หรือไม่ 
หากทำแล้วจ่ะสงผลให้หุ่นยนต์เกิดความคิดที่จะเป็นศัตรูกับมนุษย์หรือเปล่า
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็ยังพยายามศึกษา และพัฒนาหุ่นยนต์กันอย่างไม่หยุดยั้ง
เป็นผลให้หุ่นยนต์มีการพัฒนาที่ดี ขึ้นเป็นลำดับ และในอนาคต
หากวันใดวันหนึ่งมนุษย์สามารถ พัฒนาหุ่นยนต์
ให้มีความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ได้ละก็จะเกิดปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน

และที่น่าวิตกคือมนุษย์ได้พัฒนาอาวุธในการสงคราม  ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
ซึ่งอาวุธเหล่านี้ ก็เป็นส่วนประกอบของหุ่นยนต์เช่นกัน
และถ้าวันใดวันหนึ่งมันมีความคิดที่จะตอบสนองด้วยตนเอง
แน่นอนอะไรมันจะเกิดขึ้น คงไม่ต้องอธิบายยาวละ

 

 

อันดับ
7.
Prediction
of
the future

 

เป็นการดีหรือไม่หากเรารู้อนาคตเพื่อป้องกันภัยพิบัติต่างๆ
 เพียงแค่คุณดูอยู่ในหน้าจอ
คุ้นก็เห็นอนาคตทำนายต่างๆ ที่เราสามารถป้องกันภัยพิบัติต่างๆ นาๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น
แผ่นดินไหว, น้ำท่วม, การก่อการร้าย โรคระเบิด
และนี้จะเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบหรือไม่
?
โอกาสที่มีเทคโนโลยีเหล่านี้มีสูงครับ
เพราะปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพยากรณ์อากาศ,
การเกิดซึนามิ และวงการธุรกิจ ฯลฯ

ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?
สมมุติว่าเราดูหน้าจอ สมมุติหน้าจอบอกว่าจีนจะบุกอเมริกา
เพื่อป้องกันเหตุเกิดขึ้นอเมริกาสั่งประชาชนหยุดงานและเริ่มต้นทำสงครามกับจีนโดยไม่ใช้วิธีการภูต
เปิดตัวด้วยขีปนาวุธต่างๆ มันคงสนุกพิลึกละ อีกทั้งเกิดมีการทำนายหวยล็อตเตอรี่,
ทำนายดวงซะตา เรื่องวุ่นวายก็จะเกิดขึ้นไม่รู้จบ

 

อันดับ
6.
Teleportation Device

 

มนุษย์รู้จักล้อมาเป็นเวลากว่า
3000 
ปี  มีนักประดิษฐ์มากมายสร้างเครื่องจักรกลที่ติดล้อ สามารถเคลื่อนย้ายคนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว เช่น รถม้า จักรยาน และรถยนต์เป็นต้น ต่อมาพัฒนาเป็นเครื่องจักรที่ไม่ต้องใช้ล้อ แต่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วกว่าเช่น เครื่องบินและจรวด อย่างไรก็ตามในอนาคตอันใกล้  การเคลื่อนที่แบบดังที่กล่าวไปแล้ว เป็นสิ่งล้าสมัย เมื่อมาเทียบกับสิ่งที่จะเขียนถึงนี้ ยกตัวอย่างถ้าคุณอยู่ที่บ้านและต้องการไปโลตัส
หรือบิ๊กซี บนดวงจันทร์
  เพียงแต่เดินเข้าไปในห้องเล็กๆที่สร้างหลบมุมไว้ที่บ้าน 
และกดปุ่ม  ร่างกายของคุณจะหายไป  และไปปรากฎอยู่ที่ใหม่ ด้วยความเร็วที่เทียบได้กับความเร็วแสง    ฝรั่งเรียกว่า วิธีเทเลพอเทชั่น
(Teleportation) 

แนวคิด
เทเลพอเทชั่น
เริ่มตั้งแต่ปี  ปี ค.ศ. 1966 -69  ปรากฎอยู่ในภาพยนต์วิทยาศาสตร์เรื่อง สตาร์เทค (Star-Trek) ประพันธ์โดยนาย Gene  Roddenberr เราจะได้เห็นกัปตัน Kirk  ที่เป็นพระเอกของเรื่อง เดินเข้าไปในห้องแก้ว 
และกดปุ่ม เขาจะหายไป และปรากฎอยู่ ณ
ดาวแห่งหนึ่งที่ไกลจากเดิมนับพันปีแสง
 
จากนั้นเป็นต้นมาก็มีนักวิทยาศาสตร์หลายคนพยายามที่จะค้นหา

ในปี  1993   แนวคิดของเทเลพอเทชั่น เข้าใกล้ความเป็นจริงยิ่งขึ้น  เมื่อนักฟิสิกส์ คือ นาย Charles Bennett  แถลงข่าวพร้อมกับทีมงานวิจัยของ ไอบีเอ็ม  ยืนยันว่า ควอนตัมเทเลพอเทชั่น(Quantum Teleportation) กำลังเป็นจริงโดยพวกเขาทดลองเคลื่อนย้ายโฟตอนสำเร็จ
 
หลักการทำงานคือคล้ายๆ
กับเครื่องส่งแฟกซ์
ทำให้หน้าที่ทำให้มวลที่จุดเริ่มต้นแตกสลายกลายเป็นอะตอมและพลังงาน
โดยเก็บข้อมูลทุกๆตำแหน่งของอะตอม และส่งผ่าน ทางสายไฟ
สายไฟเบอร์ออฟติก
 
หรือไม่ต้องใช้สาย
 เป็นต้น เมื่อถึงตำแหน่งที่ต้องการ อะตอมก็จะจัดเรียงและก่อตัวขึ้น เหมือนกับต้นทางทุกประการ
แม้จะติดที่กฎพื้นฐานของฟิสิกส์ 
แต่กระนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ยังเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราจะสามารถเคลื่อนย้ายมนุษย์โดยวิธีเทเลพอเทชั่นได้
 หากความฝันนี้เป็นจริงเราก็สามารถเดินทางไปทั่วโลกภายในหนึ่งวันได้โดยไม่ง้อเครื่องบิน
เราสามารถไปช็อปปิ้งที่อียิปต์ กินอาหารที่อิตาลี เข้าห้องน้ำที่จีน
และไปร้องคาราโอเกะที่ญี่ปุ่นได้อย่างสบายใจเลยแหละ

               ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?
มันคงเป็นสวรรค์และสนุกพิลึกและเมื่อผู้ก่อการร้ายสามารถใช้เทคโนโลยีนี้สร้างความวุ่นวายแก่ทั่วโลกในเวลาแค่หนึ่งวัน
และเทคโลยีนี้ใช่ว่าจะดีเสมอไปเมื่อคิดถึงความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้น
เมื่ออะตอมจัดเรียงผิดพลาด คุณเคยทำสำเนาเองหรือไม่
คุณคงรู้ดีว่าบางครั้งสำเนาก็มีข้อผิดพลาด เช่นกระดาษติด, กระดาษดำ, กระดาษยับ,
ตัวอักษรซ้อน แล้วเครื่องเทเลฯ มีหรือจะไม่ผิดพลาดเหมือนเครื่องถ่ายเอกสารบ้าง
ผมของคุณ, เล็บมือ, หัวใจคุณ
แน่ใจหรือว่ามันจะไม่เปลี่ยนแปลงหลังคุณใช้เครื่องนี้


 

อันดับ
5.
Nanobots

 

นาโนบอดี้
เป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กจิ๋วสุดๆๆ
ที่นักวิทยาศาสตร์สร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่หลายอย่างตั้งแต่การช่วย
สังเคราะห์โปรตีนด้วยกันเอง ควบคุมให้ปฏิกริยาต่างๆ เกิดขึ้นได้
เช่นการเผาผลาญอาหาร การกำจัดสิ่งแปลกปลอม เป็นต้น ควบคุมการเข้าออกของสารเคมีต่างๆ
ผ่านเซลล์ ไปจนถึงการทำหน้าที่เป็นโครงสร้างให้กับอวัยวะ
หรือทำให้สัตว์เคลื่อนไหวได้ ฯลฯ ส่งผลให้มนุษย์เราไม่มีโรคภัยอีกต่อไป
มะเร็งเป็นโรคที่สูญพันธุ์ ร่างกายแข็งแรงตลอดกาบ

นอกจากนาโนบอดี้
มันมีคุณสมบัติเหลือเชื่ออีก คือมันสามารถวิวัฒนาการไปจนมีความฉลาดพอๆ
กับมนุษย์ได้
,ความสามารถในการประกอบตัวเอง
และมันยังสามารถขยายพันธ์ได้ด้วย (
Self Replication)

แม้นาโนบอดี้
จะเป็นของใหม่ แต่ตามที่ศึกษา ภายในระยะเวลา
10
ปี
เราอาจมีนาโนบอดี้ที่สามารถเลื้อยไปในร่างกายของคุณทันทีโดยไม่ต้องพึ่งหมอ
อีกต่อไป

ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?
นา โนบอดี้ อาจจะนำไปสู่หายนะที่คาดไม่ถึง
ถ้าสมมุตินาโนบอดีที่ว่าเกิดทำสำเร็จ จนมันสามารถอยู่อาศัยบนร่างเราเรียบร้อย
และมันมีความฉลาดพอๆ กับมนุษย์
และถ้าเกิดเราตายลงแต่เจ้าเทคโนโลยีบอดียังโปรแกรมทำงานอยู่โดยไม่ได้ตาย
พร้อมกับเราละอะไรจะเกิดขึ้น
? แม้สมองของเราจะตายแล้วเจ้านาโนนี้ก็จะทำงานและมันจะทำการสร้างรูปแบบระบบ
ประสาท ขึ้นมาใหม่ บังคับกล้ามเนื้อในร่างกายของเรา
แม้ร่างกายจะผุเน่าและสมองตายแล้ว
แต่ซอมบี้ที่นาโนบอดีบงการอยู่ก็ยังสามารถแคลื่อนไหวได้ตามที่มันนึก

และ
เมื่อนาโนนี้ถูกโปรแกรมการเพิ่มจำนวนตัวเอง (
self-replicate)
มันจึงต้องการเพิ่มจำนวนและหาร่างใหม่ดังนั้นมันเลยบงการร่างนั้น
กัดเหยื่อที่แข็งแรง เพื่อให้นาโนบอดี้ เข้าไปติดตั้งในสมองเจ้าของบ้านใหม่ของมัน
และมันสามารถปิดการทำงานของสมองเหยื่อรายใหม่ได้
และเมื่อสมองหยุดทำงานมันก็เปลี่ยนระบบประสาทใหม่ ที่นี้เราก็จะได้สมาชิกใหม่ในกองทัพไม่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันตายได้แล้ว

 

อันดับ
4.
Weather Control

 

                ยินดีต้อนรับสู่อนาคต
เมื่อความหิวโหยทั่วโ,กจะได้รับความแก้ไข
ชีวิตสังคมปกติสงบสุขเมื่อไม่มีพายุเฮอริเคน หรือน้ำท่วม
เมื่อมนุษย์สามารถควบคุมสภาพอากาศในระบบนิเวศที่ละเอียดอ่อนได้อย่างง่ายดาย
จนเรียกได้ว่ามนุษย์สามารถเอาชนธธรรมชาติได้

               
เทคโนโลยีนี้มีอยู่จริงครับ สหรัฐอเมริกาได้มีโครงการควบคุมสภาพอากาศนี้ว่า
โครงการฮาร์พ
Haarp
HAARP(High
Frequency Active Auroral Research Project)

เป็น
คือศูนย์วิจัยไอโอโนสแฟร์
(
ionosphere
คือชั้นบรรยากาศช่วงที่อยู่ห่างระหว่าง 80-1000
กิโลเมตร)ในมลรัฐอะแลสกา
มีจุดมุ่งหมายสำรวจทรัพยากรชั้นบรรยากาศโลก เพื่อพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม
โดยโครงการนี้สามารถ
สร้างและควบคุมสภาพภูมิอากาศได้โดยการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโน
สเฟียร์ แล้วให้สะท้อนกลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่
รวมไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรง
สั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั่นเอง

               
ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น
?
ต่างประเทศออกมาด่าครับว่าโครงการนี้เป็นการสร้างอาวุธที่จะสร้างหายนะแก่
มนุษยชาติ
เพราะมันทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวน เมื่อไม่นานมานี้มีคน ล่าวหาสหรัฐอเมริกา
ว่าเป็นต้นตอของหายนะในเฮติ จากการทดสอบอาวุธ
อันก่อให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตพลเรือนนับแสนคน

ในปี
1997
วิลเลียม โคเฮน
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯขณะนั้น แสดงความกังวลต่อเครื่อง
HAARP นี้ ในกรณีที่มันสามารถก่อความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ
จุดชนวนแผ่นดินไหวและควบคุมการปะทุของภูเขาไฟด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีร่วมกับดาวเทียม
และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อควบคุมกระแสลมกรด
ซึ่งเป็นกุญแจของธรรมชาติที่จะนำพากลุ่มเมฆ น้ำฝน ความร้อน
ความแห้งแล้งและความหนาวเย็น และอื่นๆ อีกมาก

ปัจจุบันโครงการฮาร์พกำลังอยู่ในชั้นตอนสุดท้ายของการขยายกำลังส่ง
และคาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ให้ใช้การได้เต็มที่ในราวปี
2549
(ปัจจุบัน แน่นอนคงใช้ได้อย่างเต็มที่แล้ว)
แม้ว่ามีหลายประเทศออกมากดดันให้สหรัฐยกเลิกโครงการนี้แล้วก็ตาม

 

อันดับ
3.
Genetic Engineering

 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพันธุกรรมสามารถนำไปใช้โดยไม่ต้องสนใจศิลธรรม
เพื่อสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา
โดยไม่มีความเสี่ยงโรคภัยหรือคงวามผิดปกติหลังคลอด
โดยไม่ต้องใช้นาโนบอดี้ยุ่งยากเหล่านั้น เหมือนในหนังเรื่อง
Gattaca(1997)
นอกจากนั้นพันธุกรรมยังช่วยในการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารและการสร้างสิ่งมีชีวิตในฝันต่างๆ
นาๆ  

เราเรียกวิชาเหล่านี้ว่าพันธุวิศวกรรม
(
genetic
engineering)
หรือความรู้ที่ได้จากการศึกษาชีววิทยาระดับโมเลกุล (
molecular biology) จนทำให้สามารถประยุกต์ใช้ในการปรับเปลี่ยน
เคลื่อนย้าย หรือตรวจสอบสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) และผลิตภัณฑ์ของสารพันธุกรรม
(อาร์เอ็นเอและโปรตีน)
การประยุกต์ใช้พันธุวิศวกรรมแบบหนึ่งที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางได้แก่
การเคลื่อนย้ายยีน (
transgenesis)จากสิ่งมีชีวิตสปีชีส์หนึ่งไปสู่สิ่งมีชีวิตอื่นในสปีชีส์เดียวกันหรือสปีชีส์อื่น
ซึ่งทำให้เกิดการถ่ายทอดยีนและลักษณะที่ยีนนั้นควบคุมอยู่
ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ ซึ่งอาจไม่เคยปรากฏในธรรมชาติมาก่อน ตัวอย่างเช่น
การใส่ยีนสร้างฮอร์โมนอินซูลินเข้าไปในแบคทเรียหรือยีสต์ เพื่อให้ผลิตสารดังกล่าว
ซึ่งสามารถนำมาสกัดบริสุทธิ์เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน
เป็นต้น

ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?
ความจริงเทคโนโลยีดี
แต่หากนำไปใช้โดยไม่คำนึงศิลธรรมและผลเสียที่ตามมาเป็นเรื่องยุ่งแน่
การดัดแปลงมนุษย์โดยพันธุกรรมอาจนำไปสู่การทดลองในมนุษย์
การสร้างสัตว์ประหลาดที่มีพลังวิเศษต่างๆ ของสัตว์
หรือหากนำไปใช้กับอาหารของมนุษย์จะเกิดความเสี่ยงต่อผ็บริโภคและสิ่งแวดล้อมหรือไม่

 

อันดับ
2  
Holodecks

 

               
หลังจากที่เครียดจากที่ทำงาน เหนื่อยหน่ายจากโลกภายนอก
คุณเบื่อภรรยาเส็วเคร็งกับเด็กเหลือขอทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นลูกของคุณ
คุณอยากมีโลกส่วนตัวสบายๆ อยู่กับบ้าน
เราขอแนะนำเทคโนยีโลกสามมิติที่คุณสามารถพักผ่อนในทุ่งหญ้าแอฟริกาทั้งๆ
ที่อยู่ในบ้าน คุณสามารถไปที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องเดินอะไรเลย
นอกจากนี้คุณยังสามารถเล่นเกมส์เสมือนว่าเราไปอยู่ในโลกนี้จริงๆ

Holodecks
เป็นโลกจำลองเสมือนจริง
มีแนวคิดจากนิยายสตาร์เกท เป็นโลกจำลองที่สร้างบนพื้นฐานของเทคโนโลยี
3Dมีการจำลองสิ่งต่าง ๆ ในห้องได้สมจริง
ในนิยายจะเป็นการจำลองการรบในอวกาศ และสามารถ
ประยุกต์ใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ
ทั้งการเรียนการสอนออนไลน์ พิพิธภัณฑ์ออนไลน์

                ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น? สวรรค์ โอตากุดีๆ นี้เอง
เพราะคุณสามารถเล่นเกมส์จีบสาวและได้สัมผัสสาวๆ ได้ตามต้องการ(แม้มันจะเป็น
3
D ก็เถอะ)
ส่งผลให้คนอยู่แต่ในบ้านมากขึ้น
กลายเป็นคนไม่เอาไหนมากขึ้น

 

อันดับ
1
Replicators

 

นี้คือสุดยอดเทคโนโลยีที่สามารถแก้ไขปัญหาใดๆ
ในโลกได้ทุกจุด ปัญหาเรื่องความอดอยาก ปัญหาด้านพลังงาน ปัญหาการขาดเวชภัณฑ์
โลกสมบูรณ์แบบกำลังอยู่ในมือของเราแล้ว

เทคโนโลยีปรากฏในสตาร์เกท
เป็นเครื่องที่สามาระสร้างและรีไซเคิล
สังเคราะห์อาหาร(วัสดุอินทรีย์และอนินทรี)หรืออะไรก็ตามได้โดย
มีฉายแสงเลเซอร์แสกนโมเลกุลขึ้นมา
เช่นคุณอยากกินไก่ย่างเคเอฟซีคุณก็กดปุ่มว่าอยากกินไก่ที่เครื่อง
เครื่องก็จะคำนวณหาส่วนประกอบแล้วใช้แสงแสกนโมเลกุลที่สามารถจับต้องได้และมีรสชาติขึ้นมา

เทคโนโลยีมีการศึกษาและมีเทคโนยีว่าอาจสามารถทำได้จริง
โดนการจัดเรียงอนุภาพ
Subatomic
ที่มีอยู่มากมายหลายที่ในจักรวาล
เพื่อให้อยู่ในรูปโมเลกุลและจัดเรียงโมเลกุลนั้นเป็นวัตถุ เช่น อยากสร้างหมูสับ
จะต้องมีฟอร์มอะตอมคาร์บอน, ไฮโดรเจน ไนโตรเจน
และจัดให้เป็นกรดอะมิโนโปรตีนและเซลล์เพื่อนำไปสู่การสร้างหมูสับขึ้นมา

ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?
มันคงจะวุ่นวายพิลึกเมื่อมีคนดัดแปลงเทคโนโลยีเพื่อสร้าง
ทองคำ, ระเบิด, สารพิษ, ไวรัส, แบคทีเรีย
อีกทั้งเทคโนโลยียังไม่สามารถเกิดเครื่องจริงเพราะมีปัญหาเหมือนเครื่องเทเลพ็อต

 

อันดับ
0
Time
Travel

 

ยังเป็นความฝันของมนุษย์มาช้านานที่จะท่องเวลา
ย้อนเวลาเพื่อจะไปแก้ปัญหาในอดีต เตือนภัยอันตรายล่วงหน้า
นำความรู้ในอนาคตมาใช้ในอดีต ช่วงที่ธุรกิจของคุณตกต่ำ
หรืองานวันเกิดแม่ยายที่คุณไปสายจนโดนด่า
เพียงแค่คุณนั่งเครื่องแล้วย้อนเวลาเท่านั้น
หรือจะข้ามไปดูอนาคตข้างหน้า

การท่องเวลายังคงเป็นความฝันของนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามเกิดขึ้นจริง
 บรรดานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของโลกที่กำลังทุ่มเทการวิจัยเรื่องนี้กันอย่างหนัก
และเริ่มมีเค้าโครงของความเป็นไปได้เมื่อบรรดานักวิจัยจากแคลิฟอร์เนียและกรุงมอสโควเค้าประกาศออกมาแล้วว่า
การท่องเวลา (
Time Travel) นั้น
มีความเป็นไปได้อยู่ทีเดียว
!! ซึ่งพวกเค้าได้สร้างห้องแล็ปที่เรียกว่า TARDIS
ขึ้นมา
และเริ่มทดลองโดยนำพื้นฐานมาจากสมการของนักฟิสิกส์เอกของโลก อัลเบิร์ท ไอนสไตน์
(
Albert Einstein)

ทำไมมันไม่สมควรเกิดขึ้น?
สวรรค์ของก่อการร้ายชัดๆ
คุณสามารถเปลี่ยนอนาคตโดยให้เยอรมันชนะสงครามโลกครั้งที่ 2,
ฆ่าจอร์ดบุซเพื่อไม่ให้เกิดสงครามอีรัก
,หรือซื้อหวยโดยคุณรู้ล่วงหน้าว่ามันจะออกเลขอะไร หากการท่องเวลาเกิดขึ้นจริง
แล้วถ้าในอนาคตสร้างได้จริง … ทำไมลูกหลานถึงไม่แวะเวียนมาหาเราบ้าง
เป็นไปได้ไหมว่าอนาคตการสร้าง ไทม์แมชชีน (
Time machine) ไม่สำเร็จ ห้ามสร้าง หรือไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ในอนาคตไม่มี ไทม์แมชชีน
แน่นอน

จัดอันดับโดย
http://listverse.com/2008/01/16/top-10-sci-fi-inventions-that-should-not-be-invented/

ข้อมูลแปลจากวีกีพีเดีย


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: